ความเชื่อ ความหวัง และความรัก 3 แรงขับเคลื่อนที่ทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จ

บทความโดย โอ้

ความสำเร็จเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ต่างก็โหยหา ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จเล็กหรือความสำเร็จใหญ่ เมื่อได้ประสบแล้ว ก็หอมหวานทั้งนั้น มีกูรูมากมาย มีหนังสือหลายล้านเล่ม ที่ได้ให้คำแนะนำที่ดี ๆ เกี่ยวกับความสำเร็จ ในแง่มุ่มต่าง ๆ สำหรับบทความนี้ก็อยากจะมาพูดถึงเคล็ดลับของความสำเร็จเช่นเดียว แต่ฝากไว้เพียงแค่ 3 ข้อง่าย ๆ ประทับเอาไว้ในหัว พกติดตัวได้ทุกที่ ทุกเวลา ไปดูกันเลยค่ะ

ความเชื่อ คือ ความมั่นใจในสิ่งที่หวังไว้ แม้มองไม่เห็น

ความเชื่อ คือ ความมั่นใจในสิ่งที่หวังไว้ แม้มองไม่เห็น ใช่แล้ว… “แม้มองไม่เห็น”… นี่คือหลักสำคัญของความเชื่อ ถ้าเราเห็นด้วยตานั่นไม่ใช่ความเชื่อ นั่นคือ “การมองเห็น”

แม้ในความเชื่อเราอาจจะไม่สามารถมองเห็นด้วยตา แต่เราสามารถมองเห็นด้วย “ทัศนคติ” หรือ “ใจ” ของเราได้

แม้ในความเชื่อเราอาจจะไม่สามารถมองเห็นด้วยตา แต่เราสามารถมองเห็นด้วย “ทัศนคติ” หรือ “ใจ” ของเราได้ สามารถมองเห็นเป็น “ภาพในหัว” ของเราได้ หรือมากไปกว่านั้น เราสามารถ “ทำการแสดง” หรือ “แอคติ้ง” ออกมาได้

ขยายความคำว่า “ทำการแสดง” ด้วยตัวอย่างของเด็กอายุ 13 ปี คนหนึ่งที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักร้องและอยากจะเล่นกีตาร์ได้ แต่เขาไม่มีโอกาสเรียนร้องเพลงและไม่มีกีตาร์เป็นของตัวเอง สิ่งที่เขามักจะทำเวลาอยู่คนเดียวคือการแอบจัดคอนเสิร์ตอยู่คนเดียวในห้อง เขากระโดดขึ้นไปบนเตียงร้องเพลง และเล่นกีตาร์ด้วย “ไม้กวาด” ฟังดูบ้าบอใช่ไหมคะ แค่แอคติ้ง จะไปทำจริงได้อย่างไร

แต่ความเชื่อในจิตใจของเด็กคนนี้เป็นแรงผลักดันให้เขามีแรงบันดาลใจในการเป็นศิลปินและเมื่อโอกาสมาถึง เขาได้กีตาร์ตอนอายุ 18 ปี สามารถจดจำคอร์ดและเล่นเป็นเพลงได้ภายในระยะเวลา 1 เดือนเท่านั้น เขาฝึกฝนการร้องเพลงให้เก่งขึ้นและยิ่งมีเงินเก็บพอที่จะเรียนร้องเพลง เขาก็ร้องได้ดีขึ้นสัปดาห์ต่อสัปดาห์ (สัปดาห์ที่แล้วเก่งขนาดไหน สัปดาห์นี้เก่งยิ่งกว่ามาก) เขามีพัฒนาการอย่างก้าวกระโดด และเมื่ออายุ 25 ปี เขาก็ได้ร้องเพลงต่อหน้าคนเป็นหมื่น

อย่าดูถูกวันเล็กน้อยของตัวเอง ขอให้มีความเชื่อและเห็นภาพในแบบที่เราอยากจะเห็น ความเชื่อจะนำมาซึ่งความพยายามอย่างไม่ลดละ เจออุปสรรคก็ไม่ท้อ เพราะความปรารถนาอันแรงกล้าเหมือนคนบ้า จะเอาชนะความท้อใจทุกอย่าง

ความหวัง เป็นเหมือนพี่น้องกับความเชื่อ เหมือนเหรียญอีกด้านของความเชื่อ ที่จะต้องมาควบคู่กัน ความหวังเปรียบเสมือนแสงสว่างของเทียนในวันที่มืดมน ความหวังจะทำให้เราไม่ยอมแพ้ในวันที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ ชีวิตของมนุษย์ไม่อาจจะขาดความหวังได้ อย่าลืมว่าคนที่สำเร็จระดับโลกหลายคน ก็เคยผิดหวังกันมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกิจล้มเหลวเป็นสิบ ๆ ไม่ผ่านการแคสติ้งหรือออดิชันหลายครั้ง อกหักมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับความหวัง คือ เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณรู้สึกหมดหวังในตัวเอง ให้คุณลองมองสิ่งที่ยิ่งใหญ่เหนือกว่าคุณ และย้ายความหวังไปที่สิ่งนั้น เพราะถ้าสิ่งนั้นหรือบุคคลนั้นยังอนุญาตให้คุณได้มีลมหายใจอยู่ นั่นแปลว่าเขายังคงมีความหวังในตัวคุณ

ความรัก เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ สิ่งใดก็ตามที่ทำด้วยความรัก สิ่งนั้นย่อมออกมาดีกว่าการทำโดยปราศจากความรัก ความรักช่วยเปลี่ยนสิ่งที่ดูเหมือนยุ่งยาก ยุ่งเหยิง ทรมาน เป็นภาระหนัก ให้กลายเป็น Passion หรือ “ภาระใจ” ได้ คนที่รักการดูฟุตบอลดึกแค่ไหนก็ตื่นมาดูได้เสมอ คนที่รักการเล่นกีตาร์ สามารถเล่นทั้งวันทั้งคืนได้แม้จะเจ็บนิ้ว คนที่รักใครสักคน แม้ไกลแค่ไหนก็พยามที่จะไปเจอหน้า

ตราบใดที่เรายังรัก เราก็จะไม่มีวันเลิก

นอกจากรักในสิ่งที่ทำแล้ว เรายังจะต้องรัก “คน” ด้วย แน่นอนคนเรารักตัวเองอยู่แล้ว แต่หากเรารักผู้อื่นด้วย เราก็อยากจะส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้อื่น หากเรารักลูกค้าเราก็ย่อมปรุงอาหารที่อร่อยและสะอาดที่สุด นักร้องที่รักคนฟัง เขาจะร้องเพลงเพื่อถ่ายทอดอารมณ์ให้คนฟังมีความสุข และจะทำออกมาได้ดีมากกว่าการร้องเพลงเพียงเพื่อโชว์ความสามารถของตัวเองเท่านั้น และสิ่งที่ทำออกมาได้ดีอย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้ชีวิตของเราพบกับความสำเร็จในที่สุด

หวังว่าเรื่องราวนี้จะช่วยให้คนที่ไม่กล้าฝัน คนที่ท้อใจ คนที่หมดไฟ จะกลับมามีพลังอีกครั้งหนึ่งนะคะ ขอให้บทความนี้ได้สอนตัวผู้เขียนเองด้วย สุดท้ายนี้ขอให้เราทุกคน…

กล้าเชื่อ อย่าหมดหวัง และลงมือทำด้วยความรักค่ะ

โอ้

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ของ “เรียนรู้ไปด้วยกันนะ” ได้ที่

Facebook : fb.me/justlearntogether

YouTube : https://bit.ly/2PpkbZu

Website : http://justlearntogether.com/

IG : kanziri

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *